“สกลนคร”ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ “คุณตาจำลอง นวลมณี” บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง

จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง “ชมรมมวยโบราณสกลนคร” ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป

ตลอดจนชาวต่างชาติที่หลงใหลในศิลปะไทยเพื่อให้เห็นภาพความงดงามของศิลปะแขนงนี้ นายสรร์ สัพโส ครูมวยศิษย์เอกรุ่นปี ๒๕๒๙ ได้ร่วมถ่ายทอดความทรงจำอันทรงคุณค่าว่า ตนได้รับการถ่ายทอดวิชาจากอาจารย์จำลองมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษา โดยจุดเด่นของ “รำมวยโบราณสกลนคร” จะแบ่งการแสดงออกเป็น ๓ ช่วงท่วงท่า ได้แก่ รำขบวน, รำเดี่ยว (รำไหว้ครู) และ รำต่อสู้

”ท่านอาจารย์จำลองมีสายตาที่เฉียบคมในการมองคน ท่านจะเลือกบทบาทให้เข้ากับจริตและบุคลิกของศิษย์แต่ละคน อย่างผมได้รับความไว้วางใจให้แสดง ‘รำต่อสู้’ ส่วนท่าที่ถือว่าปราบเซียนและมีความยากมากคือ ‘รำเดี่ยว’ ซึ่งผู้รำจะต้องมีท่วงท่าที่อ่อนช้อยแต่แฝงด้วยความหนักแน่น และต้องเป็นคนมีอารมณ์ขันผสมผสานอยู่ด้วย เพื่อให้การแสดงออกมามีมิติ อ่อนนอกแข็งใน ดุดันแต่น่าชม” ครูสรร์ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

ปัจจุบัน ศิลปะขั้นสูงอย่างท่ารำเดี่ยว ยังคงได้รับการรักษาและถ่ายทอดอย่างงดงามโดย นายหมวดตรีประณต กันเสนา และ ครูพิศไสว วงศ์กาฬสินธุ์ (ศิษย์ครูจำลองรุ่นปี ๒๕๓๒ และ ๒๕๓๖ ตามลำดับ) ผู้เป็นกำลังสำคัญในการส่งต่อวิชาสู่ชนรุ่นหลัง ร่วมกับเพื่อนๆ ครูมวยอีกหลายท่าน

และข่าวที่สร้างความปิติยินดีที่สุดสำหรับวงการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน คือในอนาคตอันใกล้นี้ “รำมวยโบราณสกลนคร” กำลังจะถูกบรรจุเข้าสู่ วิชาเรียนในหลักสูตรท้องถิ่น อย่างเต็มรูปแบบ โดยขณะนี้ ศึกษาธิการจังหวัดสกลนคร ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา เดินหน้าขับเคลื่อนและถอดบทเรียนร่วมกันอย่างแข็งขัน

ก้าวสำคัญในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์และเชิดชูศาสตร์ศิลป์อันงดงามที่สร้างสรรค์โดยบรมครูแห่งสกลนครเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังรากเหง้าแห่งความภาคภูมิใจ ให้ “รำมวยโบราณ” ได้หยั่งรากลึกลงในใจของเยาวชน และก้าวเดินเคียงคู่แผ่นดินสกลนครอย่างสง่างามสืบไป


.

.

.
